เปิด 7 เทคนิคไลฟ์สดให้ยอดพุ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

เปิด 7 เทคนิคไลฟ์สดให้ยอดพุ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

เปิด 7 เทคนิคไลฟ์สดให้ยอดพุ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

คำถามหนึ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน โดยที่ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตามก็คือ “คุณมีกลยุทธการไลฟ์สดอย่างไรบ้าง ?” เพราะไม่มีใครต้านเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้มากที่สุดอย่างการไลฟ์สดได้ ทุกร้านค้าออนไลน์ต่างก็ทำสิ่งนี้ แต่จะทำอย่างไรล่ะร้านของเราถึงจะไลฟ์ปัง ๆ ได้ไม่เหมือนร้านอื่น บทความนี้ ATCO มีสุดยอดเทคนิคมาฝาก มาทำให้ตัวเองเป็นยอดนักไลฟ์นักขายกันเถอะ !

ทำไมการ Live ถึงช่วยกระตุ้นยอดขาย ?

จุดแข็งที่สุดของการไลฟ์สดคือเป็นวิธีเดียวที่ใกล้เคียงกับการซื้อของจริงหน้าร้าน Offline มากที่สุด เป็น Online Sale ที่มีความเป็นมนุษย์ มันเหมือนกับว่าเราได้เดินตลาดนัดแล้วเจอพ่อค้าตัวต่อตัว ลูกค้าจะได้เห็นสินค้าจริงแบบไม่ผ่านฟิลเตอร์แต่งเติม มีการสาธิตการใช้งานจริงก็ช่วยให้ตัดสินใจได้มากขึ้นมาก ๆ แล้ว และการที่เราสามารถมีการโต้ตอบระหว่างคนขาย-คนซื้อแบบ Real Time ตรงนี้ล่ะ จะสามารถเปลี่ยนให้สินค้าราคาปกติ เกิดราคาท่วมผ่านเอเนอร์จี้ของคนขายต่างจากการถ่ายภาพนิ่ง ตั้งราคา รอคนมา F ที่ไม่มีความยืดหยุ่นในการขึ้นลงของราคาได้เลย

รวม 7 เทคนิคไลฟ์สดให้ยอดพุ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

รวม 7 เทคนิคไลฟ์สดให้ยอดพุ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์

ในเมื่อทุกคนรู้แล้วว่าการไลฟ์สดเป็นช่องทางการขายที่ดีที่สุด จนน่านน้ำ Online Sale เต็มไปด้วยปลาฉลามนักไลฟ์สดเต็มไปหมด ทุกคนสามารถลงไปว่ายในน่านน้ำนี้อย่างไม่ต้องเกรงกลัว เพียงแค่ยึด 7 เทคนิคตามนี้

1. แจ้งลูกค้าล่วงหน้าว่าไลฟ์วันไหน-เวลากี่โมง : ไม่ต่างกันกับ Youtuber ที่ต้องวางแผนตารางขึ้นคอนเทนต์ให้ผู้ติดตาม เพราะร้านออนไลน์เองการไลฟ์สดก็คือคอนเทนต์ในการขาย เพื่อให้ลูกค้ามาจับจองซื้อสินค้าเป็นกลุ่มใหญ่ และไม่พลาดการไลฟ์ทุกครั้ง เราจำเป็นที่จะต้องแจ้งวันที่ เวลาไลฟ์ โปรโมชั่นพิเศษประจำไลฟ์ และหมวดของสินค้าที่จะขึ้นไลฟ์ขายให้ชัดเจน ล่วงหน้าอย่างต่ำ 1 วัน เพื่อ Goal ในการสร้าง Awareness ให้ลูกค้ากดกระดิ่งแจ้งเตือน และตื่นตัวทุกครั้งในทุกสัปดาห์เมื่อการไลฟ์สดของเราใกล้จะมาถึงแล้ว

2. ควรไลฟ์เป็นประจำสม่ำเสมอ : เคล็ดลับที่สำคัญต่อเนื่องกับข้อก่อนหน้านี้คือ การทำให้ลูกค้ารู้ว่าร้านของเราอยู่ในสถานะที่ Active เสมอ ผ่านการไลฟ์สดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นอย่างต่ำ จากสถิติของ Shoplus บริษัทในเครือ iKala บอกว่าไลฟ์ด้วยระยะเวลาตั้งแต่ 2 ชั่วโมงกำลังดี แต่ถ้ามีสินค้าใหม่น่าสนใจเข้าสต็อกพอดี เราก็อาจจะจัด Flash Live ไลฟ์ด่วนกระตุ้นให้คนอยากซื้อแบบจับจ่ายไว ๆ สิ่งสำคัญของข้อนี้อีกอย่างคือเรื่องของ ‘เวลาไลฟ์’ ควรเลือกเวลาที่เหมาะสมตรงกับอัลกอริทึมของประเภทของลูกค้าเรา เช่น Live ตอน 20:00 ในวันธรรมดาเพราะคนเลิกงานกลับถึงบ้านกันแล้ว / Live ตอน 13:00 ประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้คนที่ชอบช้อปปิ้งอยู่บ้านได้ซื้อของเรา / หรือทำการไลฟ์ใหญ่ทุกสิ้นเดือนแบบมีโปรโมชั่นพิเศษเอาใจวันเงินเดือนออก เป็นต้น

3. เช็กสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้พร้อม : โปรดักชั่นที่ดีก็สำคัญ มีไฟไลฟ์ที่สว่างพอ เซ็ตติ้งพื้นที่ไลฟ์ให้มีความดึงดูด สินค้าก็ต้องน่าสนใจ แต่ต่อให้เตรียมตัวดีแค่ไหนถ้าสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้งก็คือจบ ภาพติด ๆ ขัด ๆ เสียงไม่ชัด ไม่ใช่แค่คนไลฟ์เองที่จะเกิดความรำคาญใจ แต่เชื่อเถอะว่านี่คือเหตุผลสำคัญที่ลูกค้าอาจจะหนีไปจากร้านเราได้ หยิบปากกาขึ้นมาเช็กลิสต์ของที่ต้องมีเพื่อให้ไลฟ์มีคุณภาพตามนี้ WI-FI, ไมโครโฟน, หูฟัง, ตัวส่งและรับสัญญาณเสียง Audio Interface เป็นต้น

4. เตรียมสคริปต์หรือสิ่งที่จะพูด : อย่างที่บอกไปว่าการไลฟ์สดก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ลูกค้าที่ได้เจอพ่อค้าแม่ค้าตัวเป็น ๆ แต่อาจจะชาเลนจ์กว่าตรงที่ว่ามีแต่ฝ่ายผู้ขายเท่านั้นที่เป็นคนพูด และฝั่งคนซื้อจะเป็นการพิมพ์โต้ตอบ เพราะฉะนั้นทักษะการขายหรือ Story Telling นั้นสำคัญ ! เตรียมสคริปต์ล่วงหน้าจะดีที่สุด สินค้าของเรามีอะไรบ้าง จุดเด่นที่ของสินค้านั้น ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกับสินค้าตัวอื่นในสต็อกได้ จะเลียงลำดับจากขายอะไรก่อนหน้า มีสอดแทรกความตลกหรือเกร็ดที่น่าสนใจของสินค้า แต่ไม่ให้สัดส่วนที่มากเกินไปจนกลายเป็นไลฟ์ที่น่าเบื่อ ข้อสำคัญคืออย่าลืมว่าคุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขไลฟ์นั้นได้ จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด

5. มีปฏิสัมพันธ์กับคนดูไม่ปล่อยให้ไลฟ์เงียบ : บูสต์ ๆ เอเนอร์จี้ ๆ กฎเหล็กของการไลฟ์ที่คนขายเป็นผู้พูดฝ่ายเดียวต้องทำยังไงก็ได้ให้ไม่เกิดความกร่อย และทำยังไงก็ได้ให้กำแพงระหว่างคนซื้อกับเราเหลือน้อยที่สุด ไม่ใช่แค่ทักทายคนที่เข้ามาดู แต่อ่านคอมเมนต์และตอบกลับไป หยอกล้อสักน้อยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้ลูกค้าประจำของเราเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าติดอกติดใจสกิลการคุยของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

6. สร้างคาแรกเตอร์ให้คนจดจำ : เมื่อทุกคนต่างไลฟ์สดเหมือนกันหมด ก็ขึ้นอยู่กับว่าคาแรคเตอร์ของร้านที่ถูกแสดงออกผ่านเจ้าของร้านจะหน้าจดจำที่สุดได้มากแค่ไหน เพราะสินค้าดีทุกคนก็สามารถมีเหมือนกันได้หมด แต่ความเป็นตัวตนไม่มีใครสามารถลอกกันได้ สิ่งนี้ก็จะช่วยสร้าง Engage ให้เกิดการบอกต่อ ๆ กันของลูกค้าด้วย

7. โชว์สินค้าพร้อมสาธิตวิธีใช้งาน : และสุดท้ายเมื่อมีสินค้าที่ดีพร้อมขายอยู่ในสต็อกแล้ว สำคัญเลยที่คนขายจำเป็นจะต้องมี Knowledge กับทุกชิ้นอย่างทะลุปุโปร่ง เพราะการไลฟ์สดเป็นการสาธิตสินค้าเพื่อโน้มน้าวคนซื้อแบบเป็นหลัก ให้สินค้าอยู่ในเฟรมกล้องและโฟกัสให้ชัดเจนเสมอ หรือถ้าเป็นสินค้าอย่างเครื่องสำอางก็หาแท่นวางที่จะทำให้สินค้าของเราโดดเด่นขึ้น สาธิตข้อดีทั้งหมดให้ครบถ้วน ถ้าเป็นเสื้อก็ต้องลองสวมใส่ ถ้าเป็นเครื่องสำอางก็ต้องเทสกันให้ดู หรือถ้าเป็นอุปกรณ์ไอทีก็ลองฟีเจอร์ให้ลูกค้าเห็นไปเลย

ทำไมการ Live ถึงช่วยกระตุ้นยอดขาย

เพราะการขายของออนไลน์ในปี 2024 เรียกร้องให้คนขายมีสกิลทักษะการขายแบบที่ต้องพูดเก่งมากขึ้น การฝึกทักษะเพื่อการไลฟ์สดจึงเป็นอะไรที่จำเป็นมาก ๆ แล้วในวันที่ลูกค้ากดของลงตะกร้าระดับหลักร้อยหลักพันชิ้นประจำวัน Process หลังจากนั้นที่คือการพรินต์สติ๊กเกอร์ติดหน้ากล่องส่งต่อสู่ลูกค้า เลือกใช้ ​​ATCO DIRECT THERMAL STICKER สติ๊กเกอร์ความร้อน เนื้อกระดาษอย่างดี ที่ช่วยลดต้นทุนเพราะว่าไม่ต้องมาคอยเปลี่ยนหมึกจากเครื่องพรินต์อีกต่อไป ที่อยู่ของลูกค้าบนใบปะหน้าจะคมชัด ไม่เกิดรอยขีดข่วนจนข้อความเลอะเลือนระหว่างขนส่ง และกาวเหนียวพิเศษก็จะช่วยให้พัสดุไม่ตกหล่นหายไปในคลังสินค้า มั่นใจได้เลยว่าสินค้าทุกชิ้นที่ถูก F จากไลฟ์สดของคุณ จะถึงมือลูกค้าอย่างแน่นอน